เทศบาลตำบลแม่สะเรียง

เทศบาลตำบลแม่สะเรียง

อำเภอแม่สะเรียง  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้อมูลพื้นฐาน

· สถานที่ตั้ง     ตำบลแม่สะเรียง  อำเภอแม่สะเรียง  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  รหัสไปรษณีย์ 58110

โทรศัพท์ 053-681-231 โทรสาร 053-681-231

· ประชากร 2,862 คน  (ชาย 1,379 คน  หญิง 1,483 คน)

· พื้นที่ 1.384 ตารางกิโลเมตร (ครอบคลุมจำนวน 9 ชุมชน)

· รายได้ 20,688,013.44 บาท (ไม่รวมเงินอุดหนุน, เงินกู้ เงินจ่ายขาดจากเงินสะสม)

· เงินอุดหนุน 14,301,737.45 บาท

คณะผู้บริหาร

1. นายพัลลภ    หว่าละ              นายกเทศมนตรีตำบลแม่สะเรียง

2. นายภคเดช   วิชชโลกา         ประธานสภาเทศบาลตำบลแม่สะเรียง

3. นายสรณะ    เทพเนาว์          ปลัดเทศบาลตำบลแม่สะเรียง

สัดส่วนสมาชิกสภา

ชาย                 จำนวน 12 คน

หญิง               จำนวน - คน

เทศบาลตำบลแม่สะเรียง มีวิสัยทัศน์ที่เป็นทิศทางทางการบริหาร คือ “วัฒนธรรมเด่น  เน้นบริการ   บริหารงานโปร่งใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจ” โดยยึดหลักการบริหารงานแบบการมีส่วนร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคิด ริเริ่ม การพิจารณาตัดสินใจ การร่วมปฏิบัติและร่วมรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ที่มีผลกระทบถึงตัวเองและส่วนรวม ดังนั้น ผลสำเร็จของการพัฒนาจึงขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแข็งขัน อาจกล่าวได้ว่าการมีส่วนร่วม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานของเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ที่ประชาชนจะเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจระดับต่างๆ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุดตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

ในประเด็นความโปร่งใส เทศบาลตำบลแม่สะเรียง ใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการตรวจสอบความถูกต้อง และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต รวมทั้งนำไปสู่การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในการปฏิบัติงาน ระหว่างประชาชนต่อองค์กร ดังนั้น  เทศบาลจึงมีการปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมา มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารอย่างทั่วถึง อาทิ สถานีวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสายของเทศบาล เว็บไซต์ รถประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวก มีการแต่งตั้งตัวแทนชุมชนเข้าร่วมเป็นกรรมการตรวจรับการจ้างหรือร่วมเป็นกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาล ก่อให้เกิดภาพของเทศบาลเป็นหน่วยงานที่ใสสะอาด ปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น และเป็นที่ยอมรับศรัทธาของประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง

การมีส่วนร่วม                      คือ         ประชาชน

ความโปร่งใส                        คือ         เกิดจากการมีส่วนร่วม

ตรวจสอบได้                         คือ         เกิดจากความโปร่งใสของการทำงาน

สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใสและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ของ เทศบาลตำบลแม่สะเรียง ได้แก่

นวัตกรรมการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ภายใต้โครงการประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษา

“ประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษาอำเภอแม่สะเรียง” หรือ “ปอยออกหว่า” เป็นประเพณีที่โดดเด่นของอำเภอแม่สะเรียง และถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันยาวนานกว่าร้อยปี ซึ่งงานนี้ นับได้ว่าเป็นการระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สะเรียง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาร่วมรังสรรค์ให้เกิดงานที่ยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีคุณค่าผ่านกิจกรรมการละเล่นในงาน อาหารและขนมพื้นเมือง และการตกแต่งสถานที่จัดงานและบ้านเรือน ฯลฯ

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ที่มีส่วนร่วมประกอบไปด้วย

1. ประชาชน ชุมชนทุกชุมชนในเขตเทศบาล รวมทั้งชุมชนมุสลิม และชุมชนคริสเตียน โดยมีการประชาคม ทั้ง 9 ชุมชนในเขตเทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวชุมชนว่าต้องการให้งานออกหว่าเป็นไปในรูปแบบใด ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำซุ้มราชวัตรหน้าบ้านของทุกครัวเรือน และร่วมเพื่อตักบาตรพระสงฆ์ กว่า 200 รูป ในช่วงเวลา ตี 4 ตลอดจนร่วมขบวนแห่เทียนเหง

2. เด็กและเยาวชน เทศบาลส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มาร่วมเรียนรู้หลักสูตรระยะสั้นที่เกี่ยวข้องกับประเพณีออกหว่า เช่น หลักสูตรรำไต  หลักสูตรตีกลองก้นยาว หลักสูตรหมากเบ็ง เป็นต้น เพื่อใช้ร่วมกิจกรรมต่างๆ ในงาน ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้และแสดงออก ตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมในท้องถิ่น

3. ส่วนราชการ เช่น วิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยการอาชีพ สถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและขั้นพื้นฐาน สำนักอนุรักษ์ป่าไม้ที่ 16 ปกครองอำเภอ รัฐวิสาหกิจ(ไฟฟ้า , ประปา) พัฒนาชุมชน เกษตรอำเภอ สถานีวิทยุกระจายเสียงอำเภอแม่สะเรียง วัฒนธรรมอำเภอแม่สะเรียง สภ.แม่สะเรียง ฯลฯ ได้มีส่วนร่วมในการตกแต่งซุ้มราชวัตร การเข้าร่วมขบวนแห่เทียนเหง ตลอดจนจัดทำนิทรรศการของหน่วยงาน

4. ภาคเอกชน สถานประกอบการโรงแรม เกสท์เฮ้าท์ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก         บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการให้ส่วนลดที่พัก และจัดโปรแกรมการนำเที่ยว ในช่วงประเพณีออกหว่า ฯ

5. ศาสนสถาน วัดในเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ทั้ง 9 วัด ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนจัดเตรียมรับเครื่องไทยทานของขบวนแห่เทียนเหงจากประชาชนและขบวนแห่เทียนเหงทุกขบวน ในห้วงเทศกาลประเพณีออกหว่าฯ

ทั้งนี้ ผลจากประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษา นอกจากรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว ในส่วนของสังคมโดยรวม ได้ทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม เพราะในห้วงระยะเวลาของการจัดงานดังกล่าว พี่น้องชาวคริสต์ อิสลามได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม  ตลอดช่วงสามวัน อาทิเช่น การได้นำอาหารของชุมชนเข้ามาร่วมกับชุมชนชาวพุทธ การจัดแสดงสินค้าของชุมชน เป็นต้น

สำคัญเหนืออื่นใด งานนี้ส่งผลให้วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน หน่วยจัดแม่สะเรียงและโรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียงบ้านโป่ง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีออกหว่า จึงได้จัดทำ  หลักสูตรเพื่อใช้ในการเรียนการสอน  เพื่อ เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น  ผ่านกระบวนการทดลองปฏิบัติ เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ จากรุ่นสู่รุ่นมิให้สูญหาย โดยการทำ หลักสูตรท้องถิ่นประเพณีออกหว่าของวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน หน่วยจัดแม่สะเรียง และโรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียงบ้านโป่ง  อำเภอแม่สะเรียง  จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับประเพณีดังกล่าว  อาทิเช่น การจัดการเรียนการสอนวิธีการทำโคมหูกระต่าย  การทำต้นผึ้ง  หมากเบ็ง  การทำตุงจ่อง หรือตุงไส้หมู การตัดกระดาษเป็นลวดลายไทย สำหรับประดับราชวัตร การทำโคม การทำต้นโคม ต้นเกี๊ยะ ที่ใช้ในพิธีแห่เทียนเหง  เป็นต้น

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  อาจกล่าวได้ว่ามิใช่มีแต่เพียงแต่เทศบาลตำบลแม่สะเรียงเท่านั้น ที่จะอนุรักษ์ประเพณีออกหว่าเทศกาลออกพรรษาของอำเภอแม่สะเรียง  แต่ยังรวมถึงประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมและมองเห็นถึงความสำคัญของประเพณีนี้ และอนุรักษ์ประเพณีทางพุทธศาสนาอันดีงามของอำเภอแม่สะเรียงไว้มิให้สูญหาย หรือถูกประเพณีวัฒนธรรมต่างถิ่นเข้ามาคุกคาม   เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่ให้คงอยู่แก่ชาวอำเภอแม่สะเรียงสืบไป


โครงการปลูกฝังการเรียนรู้จิตสำนึกของเยาวชนเพื่อเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา และชาวบ้านตั้งบ้านเรือนตามเชิงเขา ดังนั้น เมื่อเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้เกิดภัยธรรมชาติโดยเฉพาะโคลนถล่ม ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเสมอ  ทั้งนี้โคลนถล่มถือเป็นภัยพิบัติใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้จากสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว และมีการจัดวางระบบ โครงสร้าง ความรู้ให้ทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกชุมชน ได้เรียนรู้รับมือกับปัญหาในอนาคต จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเร่งเสริมสร้างให้เกิดขึ้น และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชน ในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถป้องกันและช่วยเหลือตนเองได้ รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนข้างเคียงได้ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นอย่างดี  สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า “เมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น เราต้องคิดค้นวิธีอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

อนึ่ง การขยายการเรียนรู้ให้เท่าทันธรรมชาติ ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยที่แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ มิได้หมายถึงเพียงตำรา ครู และอุปกรณ์การสอน ที่โรงเรียนมีอยู่เท่านั้น จึงเป็นการต้องการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนจากแหล่งความรู้ที่กว้างขึ้น และเป็นบูรณาการทางการศึกษาด้วยการสร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์ของเด็กนักเรียน ดังนั้นโครงการปลูกฝังการเรียนรู้จิตสำนึกของเยาวชนเพื่อเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ จึงเกิดขึ้น โดยอาศัยกระบวนการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ดังนี้

· ประชุมเตรียมความพร้อมและร่วมลำดับความสำคัญของปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะนำเสนอ ร่วมกับคณะครู 180 โรงเรียนของสามอำเภอโซนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอสบเมย  บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แม่ฮ่องสอน เขต 2 ผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร

· ทำแบบสอบถามขอความเห็นของเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเพื่อจะได้ทราบความต้องการของเด็กว่าต้องการเรียนรู้และศึกษาภัยพิบัติทางธรรมชาติรูปแบบใด

· แต่งตั้งคณะกรรมการร่วม เพื่อดำเนินการจัดทำ คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง เรียนรู้สู้ภัยพิบัติ ด้วยนวัตกรรมพลังงานทดแทน ของโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แม่ฮ่องสอน เขต 2

· ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบในการดำเนินงานและเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

· จัดเตรียมเอกสารประกอบการให้ความรู้ ตามแนวทางการสอนในคู่มือที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น

· ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้ ผ่านคู่มือที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น พร้อมกับมีกิจกรรมนิทรรศการเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ วาตภัย อุทกภัย และดินโคลนถล่ม รวมทั้งมีการฝึกซ้อมแผนของนักเรียนเมื่อเกิดภัยพิบัติในพื้นที่สมมติ

ผลสำเร็จของการดำเนินงานดังกล่าว ได้ส่งผลให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ สามารถนำความรู้ไปใช้และแก้ไขสถานการณ์ได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์จริง และเป็นส่วนสำคัญที่เด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำไปขยายเป็นองค์ความรู้ ต่อยอดไปถึงผู้ปกครอง และราษฎรในพื้นที่ห่างไกลให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ  ให้รู้จักการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ  แนวทางวิธีการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ การรู้จักเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง อย่างน้อยเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ก็จะได้ช่วยบรรเทาความเสียหายในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่การช่วยแจ้งเตือนพื้นที่อื่นๆให้เฝ้าระวังและเตรียมตัวรับมือจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมปฏิบัติ ของทุกภาคส่วน อันจะก่อให้เกิดจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

นอกจากนี้ ผลจากการดำเนินการของกิจกรรมดังกล่าว ของเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ที่ได้ร่วมกับโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร  ทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน(สพฐ.) เขต 2 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา และเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของเด็กนักเรียนและประชาชน จึงได้มอบหมายให้ทุกโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน(สพฐ.) เขต 2 นำไปดำเนินการจัดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนของทุกโรงเรียนในสังกัด เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันระหว่างภาคประชาชน  ภาคสังคมและส่วนราชการ  อันจะทำให้การดำเนินงานมีความยั่งยืนต่อไป

โครงการปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะครัวเรือน

เทศบาลตำบลแม่สะเรียง เป็นเมืองที่มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว มีสถานบริการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ชุมชนเมืองเพิ่มมากขึ้น ประชากรหนาแน่นขึ้น ฉะนั้นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชากรในอำเภอแม่สะเรียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในชุมชน ปัญหาขยะนำ มาซึ่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ อนามัย ความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพที่ดีของประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากผลพวงการบริโภคของประชาชน ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นจนเกินขีดความสามารถของราชการส่วนท้องถิ่นที่จะกำจัดให้หมดไปได้ปัญหาจึงสะสมมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการสำรวจปริมาณขยะที่เกิดขึ้นต่อวันของเทศบาลตำบลแม่สะเรียง พบว่าปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นวันละประมาณ 4-5 ตัน และไม่มีการคัดแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง ประกอบกับไม่มีพื้นที่ในการกำจัดขยะมูลฝอย  จึงทำให้เทศบาลตำบลแม่สะเรียง ประสบปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยของชุมชนซึ่งวิธีแก้ปัญหาในอดีต ได้จ้างบริษัท บ้านตาลกรุ๊ป อำเภอฮอด  จังหวัดเชียงใหม่ มาขนขยะจากเทศบาลตำบลแม่สะเรียง และเทศบาลเมืองยวมใต้ ในราคาเที่ยวละ 25,000 บาท อาทิตย์ละ 2 เที่ยว รวมเป็นเงิน 50,000 บาท หรือปีละ 2,400,000 บาท สรุปว่าเป็นงบประมาณที่สูงมาก เทศบาลไม่มีงบประมาณมากพอที่จะจ่ายเงินตรงนี้ และไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ไม่ยั่งยืน จึงได้ยกเลิกไป

อย่างไรก็ตามปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการต่าง ๆ และหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือ การลดปริมาณขยะด้วยการให้ผู้ทิ้งขยะคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ขยะส่วนหนึ่งที่คัดแยกจะเป็นขยะมีมูลค่านำ ไป reuse หรือ recycle ได้ ขยะส่วนหนึ่งนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักได้  จึงคงเหลือส่วนที่จะทิ้งน้อยลง การคัดแยกขยะจำเป็นต้องให้ประชาชนผู้ทิ้งขยะยอมรับวิธีการคัดแยก และยอมปฏิบัติตาม นั่นคือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง โดยเทศบาลตำบลแม่สะเรียงได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะครัวเรือน ดังนี้

· จัดเวทีประชาคมในชุมชนทั้ง 9 ชุมชน ซึ่งประชาชนได้เสนอแนวทาง ในการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนของตน ได้แก่ การคัดแยกขยะรีไซเคิล ชุมชนจะนำไปขายสร้างรายได้ ที่จุดรับซื้อขยะจากประชาชนในพื้นที่  ขยะเปียกจากเศษอาหาร ผักและผลไม้ ชุมชนจะนำไปทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมัก ขยะอันตราย และขยะขวดแก้ว ชุมชนจะคัดแยกให้ เทศบาลฯเป็นผู้จัดเก็บ เพื่อลดปริมาณขยะปลายทางให้เหลือน้อยที่สุด

· เคาะประตูบ้านสร้างความเข้าใจ และแจกใบสมัคร ติดธงเขียว บ้านที่เข้าร่วมโครงการเข้าร่วมโครงการ มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ จำนวน 747 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 49.80

· จัดเวทีอบรมเชิงปฎิบัติการ สร้างความเข้าใจการคัดแยกขยะฯ

· รณรงค์การคัดแยกขยะในตลาดเช้า และกำหนดกติกาในการจัดการขยะในชุมชนอย่างเป็นระบบ

· ร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะกับวิทยาลัยชุมชนหน่วยจัดแม่สะเรียง

· สร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมของนักเรียน ในโรงเรียน โดยการให้ความรู้ถึงแนวทางในการจัดการขยะ ทั้งในโรงเรียนและบ้านของตน เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกครัวเรือน ในการร่วมมือกันคัดแยกขยะในครัวเรือน

· ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแม่สะเรียง หอกระจายข่าวในชุมชน และแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ในการช่วยกันคัดแยกขยะในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

· จัดชุดปฏิบัติการออกตรวจขยะนอกเขตที่นำมาทิ้งในเขตเทศบาล และออกมาตรการลงโทษปรับ

จากผลการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา เทศบาลตำบลแม่สะเรียง สามารถลดปริมาณขยะในชุมชนได้ อย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2554 – 2555 ปริมาณขยะมีจำนวนประมาณ 4 – 5  ตันต่อวัน ส่วนปี 2556 มีปริมาณขยะจำนวนประมาณ 3 ตันต่อวัน (ลดลงประมาณ 1 – 2 ตัน)  นอกจากนี้ยังเกิดการต่อยอดเพื่อลดปริมาณขยะที่ปลายทาง โดยคณะทำงานเสริมสร้างเมืองสุขภาวะภาคประชาชน ในเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ได้ทำข้อตกลงร่วมกับสำนักรณรงค์สื่อสารสังคมและส่งเสริมการออกกำลังกาย (สสส.สำนัก 5) เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการบริหารจัดการขยะ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และเกิดผลอย่างยั่งยืนต่อไป