เทศบาลตำบลอุโมงค์

เทศบาลตำบลอุโมงค์

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

 

ข้อมูลพื้นฐาน

· สถานที่ตั้ง ตำบลอุโมงค์  อำเภอเมืองลำพูน  จังหวัดลำพูน รหัสไปรษณีย์ 51150

โทรศัพท์  053-983-234 โทรสาร 053-983-234

· ประชากร             13,269 คน (ชาย 6,279 คน หญิง 6,994 คน)

· พื้นที่                     20.09 ตารางกิโลเมตร  (ครอบคลุมจำนวน 11 ชุมชน)

· รายได้ 49,147,461.29 บาท (ไม่รวมเงินอุดหนุน, เงินกู้ เงินจ่ายขาดจากเงินสะสม)

· เงินอุดหนุน 39,148,674 บาท

คณะผู้บริหาร

1. นายขยัน               วิพรหมชัย                           นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์

2. นายประยูร           บุญธรรม                               ประธานสภาเทศบาลตำบลอุโมงค์

3. นายสมศักดิ์          สุริยะเจริญ                            ปลัดเทศบาลตำบลอุโมงค์

สัดส่วนสมาชิกสภา

ชาย              จำนวน                                  11           คน

หญิง             จำนวน                                   1           คน

เทศบาลตำบลอุโมงค์ บริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้บริหารท้องถิ่นที่ว่า อุโมงค์เมืองของคนสุขภาพดี ทุกภาคีมีส่วนร่วม ศูนย์รวมแห่งภูมิปัญญาพร้อมทั้งยึดหลักการบริหารงาน 5 ประการ กล่าวคือ

1) หลักการมีส่วนร่วม เทศบาลตำบลอุโมงค์ทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในลักษณะภาคีเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน แกนนำเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ อาสาสมัคร วัด โรงเรียน และหน่วยงานของรัฐทั้งภายในและภายนอกพื้นที่

2) เป็นศูนย์รวมแห่งภูมิปัญญา เทศบาลตำบลอุโมงค์มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายทางภูมิปัญญาท้องถิ่น cialis marseille เพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น

3) นำพาชีวิตบนความพอเพียง เทศบาลตำบลอุโมงค์นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการบริหารงาน

4) ร่วมเดินเคียงเครือข่าย เทศบาลตำบลอุโมงค์ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเครือข่ายและการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายช่วยให้เทศบาลตำบลอุโมงค์ก้าวข้ามข้อจำกัดที่มีอยู่

5) ขยายผลเป็นตำบลน่าอยู่ การดำเนินงานของเทศบาลตำบลอุโมงค์ร่วมกับภาคีเครือข่ายมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือ การเป็นตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืน

สำหรับ เครือข่ายและการดำเนินงาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายรัฐ เอกชน และประชาสังคม ของ เทศบาลตำบลอุโมงค์ ได้แก่

เครือข่ายพี่เลี้ยง

เทศบาลตำบลอุโมงค์ ได้ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายจำนวนมาก เพื่อบูรณาการความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลายรอบด้าน มาพัฒนาท้องถิ่นแบบองค์รวม  โดยมุ่งสู่การเป็นตำบลน่าอยู่ ทั้งนี้ภาคีเครือข่ายจึงเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงานของเทศบาลตำบลอุโมงค์ ซึ่งภาคีเครือข่ายพี่เลี้ยงของเทศบาลตำบลอุโมงค์ประกอบด้วย

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่เข้ามาจัดกิจกรรมร่วมกับเทศบาลตำบลอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาต่อยอดกิจกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว และสร้างสรรค์นวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่น เช่น การวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การจัดให้มีการวางแผนร่วมกันระหว่าง  บ้าน-วัด-โรงเรียน การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาศักยภาพของเทศบาลตำบลอุโมงค์ โดยกระตุ้นให้เทศบาลตำบลอุโมงค์ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายที่มีอยู่ให้ได้อย่างน้อยปีละ 20 ภาคีเครือข่าย ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้เทศบาลตำบลอุโมงค์สามารถพัฒนาท้องถิ่นสู่ตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้การผนึกกำลังภาคีเครือข่ายของเทศบาลตำบลอุโมงค์มีหลักการและวิธีการดำเนินงาน ดังนี้

เทศบาลตำบลอุโมงค์จัดกระบวนการเรียนรู้เบื้องต้น เพื่อประชุมและสร้างความเข้าใจร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย จำนวน 20 แห่ง กระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายเกิดการปรับวิธีคิด สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาระบบการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นบนฐานของทุนและศักยภาพของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกิดการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายขยายผลอีก 40 แห่ง โดยท้ายที่สุดเกิดเป็นเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ที่มีการหนุนเสริมงานซึ่งกันและกัน โดยเทศบาลตำบลอุโมงค์จะดำเนินการติดตาม สนับสนุน ช่วยเหลือ และให้กำลังใจ รวมถึงจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่ายและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายขยายผล

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลอุโมงค์มาโดยตลอด  โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทศบาลตำบลอุโมงค์ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นมิตรกับโลก ลดการผลิตมลภาวะ พร้อมทั้งนำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาใช้เป็นทางเลือกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้สามารถยกตัวอย่างโครงการที่โดดเด่น คือ ศูนย์อุโมงค์ลดโลกร้อน

ศูนย์อุโมงค์ลดโลกร้อน เริ่มต้นจากโครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา ซึ่งเริ่มดำเนินการในปีพ.ศ. 2548 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เทศบาลตำบลอุโมงค์ และโรงเรียนอุโมงค์วิทยาคม ทั้งนี้โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน  และกระตุ้นให้มีการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากนั้นเทศบาลตำบลอุโมงค์จึงพัฒนาต่อยอดด้วยการก่อตั้ง “ศูนย์อุโมงค์ลดโลกร้อน” เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและผู้สนใจ เกี่ยวกับการลดภาวะโลกร้อนจากการดำรงชีวิตประจำวันในวิถีชีวิตปัจจุบันด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

ศูนย์อุโมงค์ลดโลกร้อน เป็นอาคารไม้ทรงแปดเหลี่ยม พื้นที่ศูนย์มีบริเวณกว้างขวาง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ และชุ่มฉ่ำกับแม่น้ำที่ไหลผ่าน ศูนย์อุโมงค์ลดโลกร้อนประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้มากถึง 12 ฐาน ได้แก่ 1) จุดรวมพลอุโมงค์กลางลูกโลก: เรียนรู้ความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่างพิกัดของตัวเราและพิกัดอื่นๆ ของโลก 2) ขัวมุง คนเมือง: เข้าใจตัวเรา เข้าใจระบบนิเวศ ไม่ทำร้าย ทำลายอย่างผู้ไม่รู้ 3) ลานประลองฉำฉา: หาพิกัดจากไม้หมายเมือง หลักการสร้างบ้านแปงเมืองอย่างรู้คุณขุนเขา สายน้ำ และธรรมชาติ 4) กองบัญชาการแปดเหลี่ยมชั้นที่ 1: เรียนรู้เหตุใดโลกจึงร้อนขึ้น และเรียนรู้วิถีชีวิตไทยกับการลดโลกร้อน 5) อุโมงค์ย้อนคิด: นับจากยุคอุตสาหกรรมที่ทำให้โลกเริ่มเปลี่ยนไป เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมา 6) บ้านเราเองทำให้โลกร้อน: วิถีชีวิตยุคปัจจุบันสัมพันธ์กับการใช้พลังงาน และเพิ่มอุณหภูมิโลกอย่างไร 7) เรียนรู้วิธีง่ายๆ ของชาวอุโมงค์ แต่ช่วยโลกให้เย็นได้ 8) กางมุ้งดูหนังกลางบ้าน ร่วมสร้างโลกเย็น 9) สายสืบ กว่าจะเกิดเป็นต้นไม้: เรียนรู้ธรรมชาติของเมล็ดพันธุ์ไม้ดั้งเดิม ไม้ต่างถิ่น 10) หากริมน้ำพูดได้: เรียนรู้ประโยชน์จากไม้น้ำ เป็นปอดให้แม่น้ำได้หายใจ 11) บ้านดิน: ภูมิปัญญาเก่าก่อน บ้านไม่ร้อน โลกไม่ร้อน 12) เส้นทางเรากับโลก: ต้นไม้เพื่อนเรา ดูดซับคาร์บอนไดออกไซต์ และผลิตออกซิเจน ช่วยเรา ช่วยโลก ทั้งนี้การเข้าชมศูนย์ไม่มีค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด โดยงบประมาณในการบริหารจัดการศูนย์มาจากการขายของที่ระลึกและงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลและหน่วยงานภาคีเครือข่าย  

สถาบันวิจัยหริภุญไชย เป็นหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลอุโมงค์อย่างสม่ำเสมอ เช่น  การจัดทำแผนแม่บทการทำงานร่วมกันระหว่างบ้าน – วัด – โรงเรียน การพัฒนาศักยภาพของเทศบาลตำบลอุโมงค์ และการสรุปบทเรียนในเรื่องต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น

นอกจากนี้เทศบาลตำบลอุโมงค์ยังมีเครือข่ายพี่เลี้ยงอีกมากมายในการพัฒนาองค์ความรู้  เช่น  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โรงเรียน โรงพยาบาลลำพูน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ

เครือข่ายร่วมพัฒนา

เครือข่ายร่วมพัฒนา เป็นภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานตามภารกิจของตนในด้านต่างๆ กล่าวคือ การเกษตร สวัสดิการชุมชน สุขภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน เศรษฐกิจชุมชน การศึกษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น และการรักษาความปลอดภัย แต่การดำเนินงานของภาคีเครือข่ายทั้งหมดล้วนมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดเดียวกันคือ การพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นตำบลน่าอยู่ ทั้งนี้เครือข่ายร่วมพัฒนาของเทศบาลตำบลอุโมงค์มีมากถึง 24 เครือข่าย ซึ่งแต่ละเครือข่ายได้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ภายในพื้นที่เทศบาลตำบลอุโมงค์  โดยสามารถยกตัวอย่างเครือข่ายร่วมพัฒนาที่โดดเด่นได้ ดังนี้

เครือข่ายศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลอุโมงค์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลอุโมงค์ดำเนินงานด้านการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียง การดำรงชีวิตแบบพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน และการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ตามเกษตรทฤษฎีใหม่ 30-30-30-10 ศูนย์มีพื้นที่ทั้งหมด 45 ไร่ แบ่งเป็นส่วนการแสดงการจัดการดินและน้ำ แปลงผักผลไม้สวนครัว และบ้านพักเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เริ่มดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2549 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลตำบลอุโมงค์ อย่างไรก็ตามมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ประชาชน และประชาสังคม ร่วมดำเนินงานและให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ กล่าวคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกร ประชาชน โรงเรียน กลุ่ม 84 ครัวเรือนทำความดีถวายในหลวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ และสถาบันวิจัยหริชัย ทั้งนี้นอกจากศูนย์จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเป็นสถานที่สำหรับการประชุมสัมมนาหรือสถานที่ศึกษาดูงานแล้ว ภาคีเครือข่ายในส่วนวิชาการยังสามารถนำองค์ความรู้มาทดลองปฏิบัติจริงภายในศูนย์ และภาคีเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินยังสามารถทำการเกษตรของตนโดยใช้ที่ดินภายในศูนย์ได้ด้วย

เครือข่ายกลุ่มกองทุนออมทรัพย์สวัสดิการประชาชนตำบลอุโมงค์ คือ การรวมกลุ่มประชาชนเพื่อการออมทรัพย์เพียงวันละ 1 บาท และนำเงินออมมาใช้เป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิกในกรณีการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ซึ่งกลุ่มได้พิจารณาเกณฑ์การช่วยเหลือในกรณีต่างๆ ร่วมกัน และออกเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อให้เป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวกัน ทั้งนี้คณะทำงานของกลุ่มกองทุนประกอบด้วย ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน 11 ชุมชน 13 กลุ่ม คณะกรรมการตำบลที่ได้รับการแต่งตั้ง จำนวน 2 คน นอกจากนี้ยังมีภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น พอช. พมจ. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ธกส. โครงการวิจัยพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน และเทศบาลตำบลอุโมงค์ ปัจจุบันกองทุนออมทรัพย์สวัสดิการประชาชนตำบลอุโมงค์มีจำนวนมากถึง 13 กองทุน และมีสมาชิกมากถึง 7,150 คน โดยสมาชิกมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งนี้เป็นเพราะประชาชนได้รับประโยชน์จากการจัดสวัสดิการมากถึง 26 รูปแบบ และการออมเงินยังเป็นการเพิ่มรายได้ในอีกช่องทางหนึ่ง

เครือข่ายอาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษ แต่เดิมประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองล่องไม่สามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุข ประกอบกับประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง และในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลหนองล่องมีผู้พิการและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ เทศบาลตำบลอุโมงค์จึงริเริ่มโครงการอาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษ โดยคัดเลือกผู้มีจิตอาสาทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชน ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การคุ้มครอง และการบำบัดฟื้นฟู ทั้งนี้อาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษมิได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ได้ประสานงานและร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอุโมงค์ อาสาสมัครดูแลผู้พิการ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและฝ่ายสวัสดิการสังคมของเทศบาล ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเช่นนี้สามารถช่วยอาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษในด้านองค์ความรู้และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น อย่างไรก็ตามนอกจากการช่วยดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชนแล้ว อาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษยังมีส่วนร่วมในการวางแผนงานด้านสุขภาพในเวทีประชาคม และการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ของ สปสช. ปัจจุบันอาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี และที่สำคัญประชาชนโดยเฉพาะผู้พิการและผู้ป่วยเรื้อรังได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกต้องเหมาะสม ส่งผลให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

เครือข่ายศูนย์บริหารจัดการขยะโดยชุมชนบ้านป่าเส้า หมู่ 9 เนื่องจากชุมชนบ้านป่าเส้าประสบกับปัญหาขยะที่มีปริมาณมาก และคนในชุมชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการกำจัดขยะอย่างถูกสุขลักษณะ ซึ่งนำไปสู่การระบาดของโรคไข้เลือดออกในชุมชน ชาวบ้านจึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาขยะ โดยแกนนำชุมชนได้ปรึกษาหารือกับเทศบาลตำบลอุโมงค์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และในเบื้องต้นได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของปัญหาขยะผ่านวิทยุชุมชน เพื่อให้ชุมชนเกิดความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะในครัวเรือน ต่อมาเวทีประชาคมชาวบ้านได้สรุปให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการขยะโดยชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน โดยการก่อตั้งศูนย์ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลตำบลอุโมงค์และสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดลำพูน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ และดำเนินการรับสมัครสมาชิก กิจกรรมของศูนย์ประกอบด้วย การรณรงค์คัดแยกขยะ การอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ผ้าป่าขยะ และที่สำคัญคือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะ นอกจากนี้ศูนย์ยังได้ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ แกนนำชุมชน วัด https://www.acheterviagrafr24.com/sildenafil-pfizer-prix-forum/ และโรงเรียน ในการดำเนินงาน โดยศูนย์ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนในด้านบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณ เป็นอย่างดี ผลการดำเนินงานของศูนย์ทำให้ชาวบ้านมีความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะด้วยตนเอง และเกิดกลุ่มธนาคารขยะที่ช่วยสร้างรายได้จากการคัดแยกขยะ ศูนย์บริหารจัดการขยะโดยชุมชนบ้านป่าเส้า หมู่ที่ 9 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชนลดการเผาขยะบรรเทาโลกร้อนระดับจังหวัด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองระดับประเทศในการประกวดโครงการชุมชนปลอดขยะ ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองในการดำเนินงานธนาคารวัสดุรีไซเคิล

เครือข่ายสหกรณ์ไวน์ลำพูน สหกรณ์ไวน์ลำพูนเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในตำบลอุโมงค์ ที่ประสบกับปัญหาราคาลำไยตกต่ำและปริมาณลำไยที่มีจำนวนมาก จึงคิดค้นการแปรรูปลำไยเป็นไวน์ร่วมกับทีมวิจัยผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้การจัดตั้งสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลอุโมงค์ กลุ่มแม่บ้านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการแปรรูปลำไยเป็นไวน์กับศูนย์บริการและเทคโนโลยีการเกษตร รวมทั้งยังได้ประสานงานกับกลุ่มเตาอั้งโล่เพื่อนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการดำเนินงาน และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นผู้ช่วยเหลือทางด้านข้อมูล สหกรณ์ได้ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านภาคีเครือข่ายคือ วิทยุชุมชน เทศบาลตำบลอุโมงค์ และหน่วยงานต่างๆ และได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ณ ร้านค้าชุมชน หมู่ 6

เครือข่ายศูนย์อปพร. เทศบาลตำบลอุโมงค์ ผู้บริหารเทศบาลตำบลอุโมงค์ตระหนักถึงปัญหาอาชญากรรมและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ จึงได้ทำการติดตั้งตู้ขาวชาวประชาอุ่นใจ จำนวน 80 ตู้ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและคนในชุมชน ทั้งนี้โครงการอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์ อปพร. เทศบาลตำบลอุโมงค์ ซึ่งศูนย์ อปพร. ได้วางแผนและปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และวัฒนธรรมอำเภอ โดยทำหน้าที่ให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

เทศบาลตำบลอุโมงค์พัฒนาศักยภาพของตนอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการทำงานร่วมกับเครือข่ายพี่เลี้ยง เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสถาบันวิจัยหริภุญไชย  รวมทั้งได้พัฒนาตำบลอุโมงค์แบบองค์รวม ทั้งในด้านการเกษตร สวัสดิการชุมชน สุขภาพชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน เศรษฐกิจชุมชน การศึกษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น และการรักษาความปลอดภัย ผ่านกระบวนการทำงานและการทำกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายพัฒนา ซึ่งมีมากกว่า 24 เครือข่าย เช่น เครือข่ายศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลอุโมงค์ เครือข่ายกลุ่มกองทุนออมทรัพย์สวัสดิการประชาชนตำบลอุโมงค์ เครือข่ายอาสาสมัครจิตอาสาตาวิเศษ เครือข่ายศูนย์บริหารจัดการขยะโดยชุมชนบ้านป่าเส้า หมู่ 9 เครือข่ายสหกรณ์ไวน์ลำพูน และเครือข่ายศูนย์อปพร. เทศบาลตำบลอุโมงค์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาท้องถิ่นคือ การเป็นตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืน