องค์การบริหารส่วนตำบลบางขลัง

องค์การบริหารส่วนตำบลบางขลัง

อำเภอสวรรคโลก  จังหวัดสุโขทัย

 

ข้อมูลพื้นฐาน

· สถานที่ตั้ง         ตำบลเมืองบางขลัง  อำเภอสวรรคโลก  จังหวัดสุโขทัย  รหัสไปรษณีย์ 64110          โทรศัพท์ 055-942-715   โทรสาร  055-942-702

· ประชากร          4,934 คน  (ชาย  2,464 คน  หญิง  2,470  คน)

· พื้นที่                  54.12    ตารางกิโลเมตร (ครอบคลุมจำนวน 9 หมู่บ้าน)

· รายได้ 15,545,840.42        บาท

· เงินอุดหนุน        6,919,930.00        บาท

คณะผู้บริหาร

1. นายสุวิทย์  ทองสงค์                           นายก อบต.เมืองบางขลัง

2. นายมาเยือน  โพธิ์ทอง                       ประธานสภา อบต.เมืองบางขลัง

3. นายวิทยา  เกสรพรหม                       ปลัด อบต.เมืองบางขลัง

สัดส่วนสมาชิกสภา

ชาย                 จำนวน               16           คน

หญิง              จำนวน                   2 acheter viagra           คน

*หมายเหตุ -  องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองบางขลัง  ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556

องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองบางขลัง บริหารงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนเกิดการร่วมมือ และความไว้วางใจต่อกัน  เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างความสมานฉันท์ อันจะนำไปสู่สังคมแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนา  เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ อบต.เมืองบางขลังจึงได้ทำการวิเคราะห์องค์กรถึงจุดเด่น จุดด้อย โอกาส ภัยคุกคามต่างๆ  ทำให้พบจุดเด่นคือมีทุนทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ในขณะเดียวกันก็พบจุดด้อยและอุปสรรคมากมาย เช่น ขาดความเชื่อถือ ขาดการยอมรับ ขาดงบประมาณ ขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ขาดประสบการณ์ ฯลฯ อบต. เมืองบางขลังจึงนำแนวคิด การเสริมสร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม มาเป็นแนวทางที่จะนำชุมชนไปสู่เป้าหมาย ซึ่งการดำเนินการในลักษณะเครือข่ายของอบต. เมืองบางขลัง ได้ให้ความสำคัญกับเครือข่ายบนหลักการ ดังนี้

1. เครือข่ายเป็นความจำเป็นช่วยจำกัดจุดอ่อน เป็นการสร้างนวัตกรรมการบริหารรูปแบบหนึ่ง ในสภาพของการบริหารบนข้อจำกัดหลายประการ การสร้างเครือข่ายจะช่วยให้เห็นทางเลือกใหม่ ตลอดจนแก้ไข การทับซ้อน การเชื่อมโยงกันของอำนาจ หน้าที่ ข้อจำกัดด้าน งบประมาณ ด้านบุคลากร ด้านความรู้ ความชำนาญ วิธีการ ขั้นตอน ฯลฯ

2. เครือข่ายเป็นการสร้างคุณค่าประชาธิปไตย คือ การเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน  และประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาพื้นที่ เพราะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การแบ่งหน้าที่ การสร้างความสัมพันธ์ เป็นความสัมพันธ์ในแนวราบ รวมทั้งมีกลไกรับผิดชอบซึ่งกันและกัน

การดำเนินงานร่วมกันของเครือข่ายของ อบต.เมืองบางขลังที่ผ่านมา นอกจากทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี  ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ มีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน มีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น อยากคิด อยากทำเพื่อบ้านเมืองของตนเองนั้น  ยังได้ปรากฏผลเป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น การแสดงแสง สี เสียงเมืองบางขลังปฐมบทแห่งชาติไทย ครั้งที่ 1-5  ซึ่งนักแสดงเกือบทั้งหมดเป็นเด็ก เยาวชน และชาวบ้านในตำบล การเสวนาประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง ครั้งที่ 1-5  การจัดทำระบำโบราณคดี  “ระบำเทววารีศรีเมืองบางขลัง” (เป็นชุดที่ 3 ของ จ.สุโขทัย) การจัดงานวันอนุรักษ์มรดกไทยและวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันที่ 2 เมษายน เป็นประจำทุกปี การจัดพิมพ์หนังสือรวมบทความ การเสวนา “ที่นี่...เมืองบางขลัง 1-4” ฯลฯ ส่งผลให้อบต. เมืองบางขลังได้รับรางวัลต่างๆ และได้มีการศึกษาวิจัยเมืองบางขลังประกอบการศึกษาในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกหลายท่าน และยังส่งผลให้เกิดการดำเนินการต่อยอดในโครงการต่างๆของอบต. เมืองบางขลังอีกด้วย

สำหรับ เครือข่ายและการดำเนินงาน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศ ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายรัฐ เอกชน และประชาสังคม ของ องค์การบริหารส่วนตำบลบางขลัง ได้แก่

โครงการศึกษาอัจฉริยลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลัง  เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  และองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองบางขลัง

เมืองบางขลังเป็นชุมชนโบราณ อยู่ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย  ถือกำเนิดร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัยและศรีสัชนาลัย หลักฐานบ่งบอกว่าเป็นจุดกำเนิดประเทศไทย ตามหลักศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม  ด้านที่ 1 สรุปได้ว่า พ่อขุนบางกลางท่าวและพ่อขุนผาเมืองยกทัพรวมพลกัน ที่เมืองบางขลัง ใช้เป็นที่พักฝึกกำลังพลและกะเกณฑ์ไพร่พลนักรบจากเมืองบางขลัง เข้าตีเมืองสุโขทัยคืนจากขอมสบาดโขลญลำพง และสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย  นอกจากนี้ เมืองบางขลังยังเป็นศูนย์กลางของความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักรล้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมและพุทธศาสนา  อีกทั้งยังมีความสำคัญและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี มีโบราณสถาน ปูชนียสถานต่างๆ  บนเส้นทางโบราณที่เรียกกันว่า ถนนพระร่วงหรือ ท่อปู่พญาร่วง และยังมีโบราณสถานวัดโบสถ์ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ และยังค้นพบเตาเผาโบราณ แหล่งตัดศิลาแลง ไหกระดูก เครื่องสังคโลก พระเครื่องกรุเมืองบางขลัง ฯลฯ

ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรร่องรอยอารยธรรมโบราณเมืองบางขลังของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ  เมืองบางขลังก็ได้รับความสนใจจากนักวิชาการ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กรมศิลปากร สภาวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย และยุทธศาสตร์จังหวัด รวมถึงสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นได้เข้ามาสานต่อ  ดำเนินการพัฒนาจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะนำไปสู่การสร้างเมืองบางขลังให้มีชีวิต

ปัจจุบันมีผู้สนใจมาศึกษา  มาท่องเที่ยวเมืองบางขลังมากขึ้น จากเดิมที่ไม่มีใครรู้จักและสนใจเลย  viagra generique maroc การมาศึกษาหรือท่องเที่ยวที่ผ่านมาจะเป็นไปในลักษณะที่เจ้าหน้าที่ อบต. คอยอธิบายถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ความสำคัญของเมืองบางขลังเท่านั้น  ยังขาดการเชื่อมโยงถึงรายละเอียดส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านสังคม  วัฒนธรรม อาหารการกิน ความคิด ความเชื่อ พืช สมุนไพร ฯลฯ และที่สำคัญยังขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะเข้ามาร่วมคิด ร่วมค้น ร่วมศึกษา ตลอดจนร่วมอธิบายถึงเรื่องราวแห่งบ้านเมืองของตน ซึ่งถือได้ว่าเป็นทุนท้องถิ่นอย่างหนึ่ง  หากสามารถค้นหาอัตลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลังว่ามีอะไรและเป็นมาอย่างไร จะทำให้สามารถแสวงหาแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  ตลอดจนเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุโขทัย ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองบางขลัง  จึงได้พัฒนา“โครงการศึกษาอัจฉริยลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลัง เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองบางขลัง เพื่อศึกษาสำรวจอัจฉริยลักษณ์เมืองบางขลังทั้งในลักษณะรูปธรรมและนามธรรม ด้วยกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่ใช้ฐานประวัติศาสตร์ และวิถีวัฒนธรรมชุมชนเป็นตัวเชื่อมร้อยคนในชุมชน และภาคีเครือข่ายให้มาร่วมกันทำงานวิจัย

ภาคีเครือข่ายที่สำคัญในการศึกษาอัจฉริยลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลัง ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณและเป็นทีมที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่ทีมวิจัยชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  รศ.ดร.มังกร  ทองสุขดี ประธานชมรมเรารักเมืองพระร่วง และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอำเภอสวรรคโลก เป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงให้กับทีมวิจัยชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สื่อข่าว เครือข่ายทีมวิจัยชุมชนนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เครือข่ายทีมวิจัยชุมชนเนินเพิ่ม จังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายทีมวิจัยชุมชนหนองแม่นา จังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายปกครองท้องที่ตำบลเมืองบางขลัง ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ อบต. เมืองบางขลัง ให้ข้อมูลและช่วยในการประสานงาน และทีมวิจัยชุมชนตำบลเมืองบางขลัง ซึ่งประกอบไปด้วยประชาชนในตำบลเมืองบางขลัง และเจ้าหน้าที่อบต. เมืองบางขลัง

การดำเนินงานร่วมกันของเครือข่ายศึกษาอัจฉริยลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลัง แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระยะ ในระยะแรก เริ่มต้นจากประชาคมชุมชนโบราณเมืองบางขลังเพื่อทำความเข้าใจและสรุปประเด็นที่จะทำการศึกษาวิจัย จากนั้นได้จัดประชุมทีมวิจัยชุมชนบางขลังเพื่อทำความเข้าใจในภารกิจ บทบาท หน้าที่ของทีมวิจัย และจัดประชุมภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาร่วมกับชุมชนเมืองบางขลัง และประชุมทีมวิจัยร่วมกับผู้รู้ ผู้อาวุโส และแกนนำชุมชนเพื่อทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ บทบาท และขั้นตอนการดำเนินงาน หลังจากนั้นทีมวิจัยได้จัดประชุมเพื่อแบ่งประเด็น/หัวข้อที่จะเก็บข้อมูล รวมทั้งชี้แจงการใช้งบประมาณในการเก็บข้อมูล ซึ่งได้มีการอบรมทีมวิจัยเพื่อชี้แจงเรื่องการสร้างเครื่องมือและวิธีการเก็บข้อมูล โดยคณะที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง ซึ่งประเด็นที่จะลงไปเก็บข้อมูล ได้แก่ 1) ด้านโบราณสถาน 2) ด้านโบราณวัตถุ  3) ด้านประวัติศาสตร์ 4) ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะการแสดง และภูมิปัญญาพื้นบ้าน 5) ด้านความคิด ความเชื่อไสยศาสตร์ 6) ด้านสมุนไพร พืช สัตว์ธรรมชาติในท้องถิ่น 7) ด้านอาหาร  และ 8) ด้านการผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม   หลังจากที่มั่นใจได้ว่าทีมวิจัยชุมชนมีความเข้าใจและมีความมั่นใจในการเก็บข้อมูลแล้ว ทีมวิจัยชุมชนก็ลงพื้นที่ศึกษาเพื่อสำรวจข้อมูลชุมชนประเด็นต่างๆ โดยการมีส่วนร่วมของเยาวชน  เมื่อรวบรวมประเด็นได้ครบถ้วนแล้ว อบต. เมืองบางขลังก็ได้จัดประชุมภาคีเครือข่ายทั้งหมดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลชุมชนครั้งที่ 1 และทีมวิจัยชุมชนได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาสำรวจข้อมูลชุมชนครั้งที่ 2 เพิ่มเติมจากที่ที่ประชุมได้เสนอแนะ และจัดประชุมเฉพาะทีมวิจัยเพื่อรวบรวมจัดระบบข้อมูลทั้งหมด ในขั้นตอนสุดท้ายอบต. เมืองบางขลังก็ได้เป็นตัวกลางในการจัดประชุมอีกครั้งเพื่อชำระเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโบราณบางขลัง

ในระยะที่ 2 ของการดำเนินงาน อบต.เมืองบางขลัง ได้จัดประชุมขึ้นเพื่อวางแผนดำเนินการเพื่อให้ทราบถึงกิจกรรมที่จะดำเนินการในระยะที่ 2 ต่อไป ซึ่งในระยะนี้จะเป็นการดำเนินการเพื่อจัดการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม อบต. ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานชุมชนนครชุม จ.กำแพงเพชร เพื่อเป็นแบบอย่างด้านการจัดการประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และได้ถอดบทเรียนจากการศึกษาดูงานเพื่อวิเคราะห์นำมาเป็นแบบอย่างหรือปรับปรุง จากนั้นได้ร่วมกันประชุมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนโบราณเมืองบางขลังเพื่อวางแผนทดลองทำทัวร์ครั้งที่  1 ซึ่งได้แผนที่เส้นทางทัวร์ 3 รูปแบบ ด้วยกัน ภายหลังการทดลองทำทัวร์ครั้งนี้ก็ได้มีการถอดบทเรียนทดลองทำทัวร์ครั้งที่ 1 เพื่อปรับปรุงและพัฒนา และได้มีการทดลองทำทัวร์ครั้งที่  2  และได้มีการประชุมสรุปเพื่อ ติดตาม ประเมินผล เพื่อหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ผลของการดำเนินงานของเครือข่ายศึกษาอัจฉริยลักษณ์ชุมชนโบราณเมืองบางขลังได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์มากมายแก่ชุมชนเมืองบางขลัง ได้แก่

ประโยชน์สุขของประชาชน

1. เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ตระหนักและทราบถึงอัจฉริยลักษณ์ของชุมชนโบราณเมืองบางขลัง

2. เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ มีความภาคภูมิใจ เกิดจิตสำนึกรักท้องถิ่น นำมาซึ่งความรักความสามัคคี และความเข้มแข็งของชุมชน

3. ประชาชนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน อาทิเช่น รายได้จากการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นของฝาก ของที่ระลึก และบ้านพัก ก่อเกิดความผาสุก ความรักความอบอุ่นในครอบครัว และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

4. ประชาชนมีความสุขและพึงพอใจจากการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเมืองโบราณบางขลังได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชน


ประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

1. ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ ประกอบกับชาวบ้านจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประกอบอาชีพ รวมถึงมีกรอบการดำเนินงานวิจัย เช่น กำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน งบประมาณที่ใช้ และระยะเวลาแล้วเสร็จ ซึ่งทำให้การทำงานค่อนข้างมีความกดดัน ทีมวิจัยต้องใช้ความทุ่มเทในการทำงาน จากความร่วมมือของเครือข่ายทุกภาคส่วน จนเกิดแนวทางการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

2. สามารถทำการศึกษาวิจัย ให้ประชาชนได้รับการพัฒนาขีดความสามารถจนเป็นมัคคุเทศก์ชุมชน และมีคู่มือนำเที่ยวชุมชนโบราณเมืองบางขลัง ภายใต้การดำเนินงานที่มีงบประมาณจำกัด

3. การศึกษาวิจัยมีความเป็นวิชาการ ซึ่งห่างไกลจากความเข้าใจของชาวบ้าน ทำให้เกิดความรู้สึกท้อในระยะแรก แต่ชุมชนและเครือข่ายทุกภาคส่วนก็สามารถร่วมกันดำเนินงานวิจัยจนสามารถจัดการท่องเที่ยวชุมชนได้

4. เกิดความคุ้มค่า เพราะประวัติศาสตร์เมืองบางขลังได้รับการยอมรับและเผยแพร่ รวมถึงสืบทอดให้อนุชน   รุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ โดยผู้อาวุโส และเครือข่ายนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์มาเล่าสู่คนในชุมชน สร้างระบบความสัมพันธ์ในระดับเครือข่าย และความสัมพันธ์กับคนต่างวัยที่มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ร่วมกัน

ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ

1. การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับพระราชเสาวนีย์  ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ในเรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ภาครัฐจะต้องให้การส่งเสริม

2. ชุมชนได้ใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือในการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีพลัง จากการที่มีส่วนร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นว่าด้วยการตั้งถิ่นฐาน และการเปลี่ยนแปลงของชุมชนโดยใช้ประวัติศาสตร์ในเชิงวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง เป็นผลดีต่อการพัฒนาตำบลในอนาคต

3. ข้อมูลที่ได้จากการชำระเรื่องราวเมืองบางขลังจะเป็นทุนท้องถิ่นให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ
การจัดการศึกษา นำไปใช้ทำหลักสูตรเมืองบางขลังศึกษาโดยให้แทรกอยู่ทุกเนื้อหาวิชา ในรูปหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างอัจฉริยลักษณ์ของชุมชนโบราณเมืองบางขลัง

4. สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการส่งเสริมประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และความเข้มแข็งของชุมชน

ในการดำเนินงานของเครือข่ายต่อไปในอนาคต สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้อนุมัติงบประมาณการวิจัย เพิ่มในระยะที่ 3 เพื่อต่อยอดพัฒนางานวิจัยที่เกิดจากการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลและชุมชนในเขตเมืองบางขลัง ให้มีความเป็นรูปธรรมและมูลค่าเพิ่มในการสร้างจิตสำนึกแก่ชุมชนและผู้มาเยือนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะนำถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ เนื่องในวาระฉลองพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในปี พ.ศ. 2558 และจะมีการขยายพื้นที่การวิจัยในภาพรวมของตำบล โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในชุมชน รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ผลสำเร็จที่คาดว่าจะต้องทำให้เกิดขึ้นนอกเหนือจากการได้เส้นทางการท่องเที่ยวแล้ว เช่น การสร้างแผนที่คนดีของเมืองบางขลัง การทำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่จะต้องมีการชำระประวัติศาสตร์จากผู้รู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการให้เกิดการยอมรับในแวดวงประวัติศาสตร์ สามารถร้อยเรียงประวัติศาสตร์และของดีในพื้นที่ให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีชีวิตได้อย่างสมบูรณ์